ฤกษ์วันในเดือนกุมภาพันธ์ 2012

 

หลังวันวาเลนไทม์มาได้ 2วันแล้ว มีใครรู้สึกว่าเมื่อวาน15 กับวันนี้ 16 งานการ(หรือกิจกรรม)ไม่ค่อยเดินหรือติดๆขัดๆบ้างไหมคะ อาจไม่เป็นกับทุกคนแต่สำหรับคนที่อาศัยหรือทำงานอยู่ในกรุงเทพอาจจะรู้สึกหรือรับรู้ได้บ้างไม่มากก็น้อย หากคุณตกอยู่ในสภาพนี้ ไม่ต้องแปลกใจหรือกลัวไป เนื่องจากดาวทิพย์ที่โคจรช้า(จากดาวจร)นั้นเริ่มทำหน้าที่ของมัน และเราจะโดนผลกระทบของมันอีกในวันที่ 8-9 มีนาคมของเดือนหน้า หากใครที่มีความมั่นใจมากและมองโลกในความเป็นจริง จะวันไหนๆเราก็ไม่มีอุปสรรคหรือปัญหาทั้งนั้น เพียงแค่เราโฟกัสลงไปที่งานหรือกิจกรรมที่เราต้องรับผิดชอบหรือลงมือทำอยู่ให้ดีที่สุด มันก็จะผ่านไปด้วยดี

หลายคนที่ข้าพเจ้ารู้จักโดนอิทธิพลในสองวันนี้อย่างเต็มๆ อย่างน้อยก็ตัวข้าพเจ้าเอง หากงานที่คาดหวังคลาดเคลื่อนหรือผิดพลาดไปง่ายเพราะความไร้สติของเรา ให้เราตั้งใจพร้อมสติใหม่และโฟกัสไปกับงานนั้นๆให้มากกว่าที่เคย ปัญหาที่ว่าจะมีเข้ามาขวาง อาจผ่อนหนักให้เป็นเบาได้ เอาใจช่วยท่านผู้อ่านทุกท่านในวันที่เหลือของเดือนนี้นะคะ แต่หากท่านใดที่อยู่ในกรุงเทพ ไม่ได้มีผลกระทบต่อสิ่งที่กล่าวถึงมา ก็ต้องถือว่าท่านโชคดีแล้ว

ส่วนวันที่เหลือ 19 20 26 และ 27 น่าจะเป็นวันที่เราต้องมีสติหรือไม่ประมาทให้มากที่สุด(จริงๆแล้วกำลังบอกตนเองอยู่ว่าอย่าลืมกาลงไปในปฎิทิน เพื่อจะได้อยู่กับโลกเบี้ยวๆใบนี้ด้วยสติปัญญา) เพราะในวันเหล่านั้นคงมีปัจจัยหลายอย่างรอบตัวเราที่ทำให้งานหรือกิจกรรมต่างๆไม่รื่นไหล ไม่ได้ดังใจก็เป็นได้

 

ปล. หากไม่เชื่อ ต้องพิสูจน์และลบหลู่บ้างตามมารยาท เพื่อประโยชน์แห่งวิชาที่เรียนมา

 

 

ปวีณา วาสนาเรืองศุกร์

Copyright©2008

โหรอินดี้

All Rights Reserved.

 

2 ความเห็น

Filed under ดวงรายวัน

ราศีไหนที่แฟนจะไปมีกิ๊ก?….เอ๊ะยังไง!

 

คุณเคยหรือไม่ ที่จับได้ว่าคนรักที่เราคบหา ไปมีสัมพันธ์กับคนอื่น? เราเคยถามตัวเองไหมว่าสาเหตุใด เกิดเรื่องมาแต่เมื่อไหร่ เราจะจับเข่าคุยกับเขาได้ไหม ตกลงกันได้ไหม หากตกลงกันไม่ได้เราจะยังยื้อเขาให้อยู่กับเราไหม

ดาวดวงไหนหรือราศีใดใดก็ไม่อาจกำหนดได้เท่าใจและพฤติกรรมของคนสองคน ต่อให้ดวงผูกกันมาดีผ่านการทำพิธีมาอย่างดี ก็ไม่อาจทานกระแสความจริงของโลกไปได้นั่นคือ ความเสื่อม(ความเคยชินจนกลายเป็นเบื่อ)

ความรัก(ความรู้สึก)มีเสื่อม มีวันหมดอายุและไม่คงกระพัน เหมือนเราเติมเงินในมือถือแม้แต่ในหลายๆประเทศที่ไม่ต้องคอยเติมเงินเพื่อซื้อวันอย่างในบ้านเรา แต่ซิมมันก็มีอายุของมัน หากเปรียบกับความรักก็เช่นกัน

หากคุณเกิดในราศีที่โชคดีที่สุดทางด้านความรัก(ซึ่งในความเป็นจริงบนโลกใบนี้นั้นไม่มี) คุณก็ไม่สามารถดองความรักให้ยั่งยืนหรือประคองความสัมพันธ์อยู่ฝ่ายเดียวได้ เพราะชีวิตคู่ ต้องขึ้นสร้างขึ้นมากันสองฝ่ายและอีกในหลายๆเงื่อนไขภายใต้กฏเกณฑ์ของสังคม-ครอบครัว(การเลี้ยงดู การเติบโต)

สำหรับใครอีกหลายคนอาจบอกว่า ความรัก สำหรับเขาสามารถมีครั้งละหลายๆคนได้พร้อมกัน อันนั้นก็ไม่ใช่เรื่องแปลก แต่หากเมื่อคุณจริงจังในความสัมพันธ์เมื่อไหร่ สิ่งที่แปลกกว่าคือ ความจำกัด

มนุษย์เรามีความรักได้หลายๆครั้งในเวลาไล่เลี่ยกัน ภายใต้อารมณ์ที่ไม่จำกัด แต่ความสัมพันธ์กลับมีอย่างจำกัดจำนวนเช่น นายA มีความสัมพันธ์กับ นางB อยู่แต่อาจแอบไปชอบ นางC D E ได้ในเวลาพร้อมๆกันแต่ไม่สามารถมีความสัมพันธ์ได้อย่างทั่วถึงในเวลาพร้อมๆกันได้ เขาอาจจินตนาการถึงบุคคลที่3-4แต่ไม่สามารถสร้างความสัมพันธ์ในคราวเดียวกันได้เป็นต้น

วกกลับเข้ามาถึงในเรื่องของราศี หากคุณอ่านคำทำนายจากที่ไหนเจอว่า ราศีของคุณ-แฟนกำลังมีกิ๊ก สิ่งที่คุณควรตระหนักคือ ความบกพร่องของตนเองกับคนรักก่อนจะไปปักใจเชื่อคำทำนายต่างๆ อย่าเพิ่งไปปักใจโทษดวงโทษราศี

มีหลายคู่รักที่อยู่กินกันมานานไม่ได้อย่าร้าง แต่แยกห้องนอนกันมาหลายปีหรือมีสถานะครองคู่และมีคู่ครอง(แต่ไร้ความสุข) ลองถามตัวเองให้แน่ ว่ามีความสุขและพอใจกับสถานะที่เป็นอยู่ไหม?หากเปลี่ยนสถานะจากแต่งงานหรือมีแฟนเป็น ‘ซิงเกิ้ล-ซิงเกิ้ลมอม-แด๊ด’ หรือเป็น ‘ซิงเกิ้ลม่าย’ เราจะปรับตัวและใจได้อย่างไรและแค่ไหน หากแคร์สังคมมากจะทนสถานะมีคู่ต่อไปไหวไหม?หรือจะทนอยู่เพื่อลูกน้อยต่อไป?

ก่อนถึงวันแห่งความรัก มีประโยคปรัชญาหนึ่งประโยคที่ผู้เขียนเห็นว่าน่าขบคิด

อย่าสมรสหรืออยู่ด้วยกันกับใครด้วยความรัก เพราะความรักมันเป็นทุกข์ ให้อยู่กันอย่างถือเป็นหน้าที่ จะไปตลอดรอดฝั่งยาวนานกว่า


คุณเห็นด้วยไหม?

 

 

 

credit photo: tumblr

ปวีณา วาสนาเรืองศุกร์

Copyright©2008

โหรอินดี้

All Rights Reserved.

ให้ความเห็น

Filed under โหราพาเพลิน

ดวงดิฉันเหมาะกับอาชีพอะไรคะ

อาชีพที่เหมาะกับดวง

 

หลายคนที่เข้ามาถามข้าพเจ้าว่า เมื่อไหร่ถึงจะรวยหรือประสบความสำเร็จในชีวิตกับเขาเสียที? อาชีพไหนที่เหมาะสม ดูเป็นคำถามที่ค้างคาใจสำหรับหลายต่อหลายท่าน น่าแปลกไหมที่เราต่างก็ตั้งหน้าตั้งตาทำงานในวัยหนุ่มสาวเพื่อเงินและความมั่นคง สุดท้ายเราต่างก็อยากหลุดจากวงจรพนักงานตออกบัตรเพื่อไปมีอาชีพที่ตนรักหรือใฝ่ฝันในบั้นปลายชีวิต

แล้วใยเราไม่เริ่มต้นงานที่ใฝ่ฝันตั้งแต่แรกเริ่มของการมีชีวิตทำงานกันล่ะ เคยสงสัยถามตัวเองกันบ้างไหม? ทำไมเราจึงหลีกเลี่ยงคำว่าอาชีพที่รักออกจากอาชีพที่จำเป็น จริงๆแล้วอาชีพที่จำเป็นมีผลตอบแทนให้เราอยู่รอดนั้น จะทำให้เราอยู่รอดได้นานแค่ไหน กี่ปี กี่เดือน แล้วอาชีพที่เรารักจะให้ผลตอบแทนแก่เราเป็นที่น่าพอใจอย่างไร มั่นคงเพียงไหน เมื่อสิ่งเหล่านี้ตอบความกังวลใจแก่เราไม่ได้ เราจึงลงเอยด้วยการไปหาหมอดูหรือเข้ารับการปรึกษาแนะนำ บ้างก็แก้ปัญหาด้วยการเปลี่ยนฮวงจุ้ย เปลี่ยนชื่อแส้ก็แล้ว แต่เอ..ไหงชีวิตยังย่ำอยู่กับที่เหมือนเดิม

 

หลายคนสงสัยและโยงสาเหตุไปที่ดวงชะตาราศี ว่าที่มันเป็นเยี่ยงนี้เพราะเกี่ยวกับดวง เกี่ยวกับปีชง(ที่แปลว่า แรง) หากคุณเกิดในปีชง จงอย่าเสียใจไปว่าซวยแล้ว แย่แล้ว ลองทบทวนทัศนคติดูใหม่ว่า ไอ้ที่เขาว่าเรานั้นปีชงนั้นชงกับอะไร ชงในเรื่องไหน ชงเพราะอะไร ใครเป็นคนมาชงเรา? ลองทบทวนให้ดี ชงเพราะการกระทำที่ประมาทของเราหรือชงเพราะผู้อื่น เราดำเนินชีวิตของเราอยู่ดีๆแล้วจู่ๆมีอะไรเข้ามาชงหรือเปล่า ชงจากอะไร แล้วมันได้เปลี่ยนแปลงอะไรในชีวิตเราไปบ้าง

สำหรับชาวเยอรมันในแง่ของโหราศาสตร์เขาไม่มีในเรื่องของดวงชง หากดวงไม่ดี เขาจะไม่โยนความผิดพลาดไปที่ดวง แต่เขาจะทบทวนตัวเองแล้วถามตัวเองว่าความผิดพลาดที่เกิดขึ้นนั้นเกิดจากอะไรเป็นสาเหตุ แล้วเขาจะปรับตัวให้เข้ากับปัญหาได้ให้เป็นสุขอย่างไร

หากเราจะอ้างอิงกันถึงในแง่ที่ว่า ดวงชงนั้นมีเฉพาะในเหล่าชาวจีน-ไทยหรือเอเชียเท่านั้นที่ทำงานได้ดี ก็คงต้องถามกลับไปว่า แล้วใยในประเทศซึ่งพัฒนาแล้ว ประเทศที่เราตามตูดวัฒนธรรมเขาอยู่ข้างหลัง จึงมีคุณภาพชีวิตที่ดีกว่าเราในเมื่อเขาไม่ได้ดำเนินชีวิตอยู่บนความเชื่อเรื่องดวง(ชง) เขาดำเนินชีวิตอยู่บนความเป็นจริง บนความน่าจะเป็นภายใต้จิตใต้สำนึกขั้นพื้นฐานของมนุษย์ คนที่เกิดในปีชงนั้นมีอยู่บนโลกกี่ล้านคน แล้วเหตุไฉนเขาจึงไม่จำเป็นต้องไปแก้ปีชงให้เป็นกระแส แต่ชีวิตก็ดำเนินไปได้ดี(ไม่ขอพูดในเรื่องคุณภาพทางด้านจิตใจนะคะ)

คราวนี้เรามาวกเข้าเรื่องกันที่ว่า อาชีพในแต่ละอาชีพนั้นต้องเหมาะสมกับพื้นดวงด้วยเหรอ อืมม…หากจะอธิบายสั้นๆก็ต้องขออิงไปถึงเรื่องที่ว่า คนที่มีพรสวรรค์(ติดตัวมาตั้งแต่เกิด) ทางอาจารย์เยอรมันของข้าพเจ้า Udo Rudolph เขาให้คำจำกัดความไว้ว่า “หากในพื้นดวงผู้ใดมีจุดที่เด่นในเรื่องอาชีพใดอาชีพหนึ่ง และผู้นั้นดำเนินรอยตามดวง จะทำให้บุคคลผู้นั้นสามารถพัฒนาไปได้ไวแล้วก้าวไกลกว่าผู้ที่ไม่มีพื้นดวงในอาชีพนั้นๆ และหากบุคคลใดไม่มีอาชีพใดที่เด่นในพื้นดวง ก็ยังสามารถประกอบอาชีพให้ประสบความสำเร็จได้ เพียงแต่จะช้ากว่าเท่านั้น” นั่นหมายความว่า ทุกคนมีดวงประสบความสำเร็จในทุกอาชีพการงาน ขึ้นอยู่กับเวลาและความตั้งใจจริง

ฉะนั้นในปีนี้หากดวงผู้อ่านชง จงอย่าได้เก็บคำทำนายต่างๆมาใส่ใจ แต่ขอให้ตั้งใจในเรื่องการดำเนินชีวิตและการงานให้ดีที่สุด ผลที่ออกมาจะดีหรือแย่นั้นอยู่ที่มุมมองของเรานะคะ เรื่องร้ายๆที่ผ่านมาแล้ว เก็บเอามากลุ้มใจก็ยิ่งทำให้จิตตก สู้เรามาคิดกันใหม่ว่าเราจะรับมือกับความคิดที่วกวนของเราอย่างไรให้เราทุกข์น้อยที่สุดดีกว่า ปีมะโรงหรือปีไหนไหนก็ไม่แย่ไปกว่าใจที่เราสะกดจิตให้มันแย่นะคะ โชคดีกับปีมะโรงค่ะ

 

ปวีณา วาสนาเรืองศุกร์

Copyright©2008

โหรอินดี้

All Rights Reserved.

2 ความเห็น

Filed under โหราพาเพลิน, โหราศาสตร์ฮัมบูรก์

ดอกไม้ประจำราศี ทราบไว้เก๋ๆ

เราคงเคยได้เห็นหลายคนเขียนถึงสีที่เข้ากันได้หรือสีที่ให้โชคกับชาวราศีต่างๆกันมาแล้ว คราวนี้ผู้เขียนได้แอบไปเห็นฝรั่งเขาเขียนถึงดอกไม้ประจำราศีต่างๆเหมือนกัน เขาบอกว่าในแต่ละราศีเนี่ยจะมีบุคคลิกต่อดอกไม้ไม่เหมือนกัน เราลองมาดูกันสิว่าราศีของเราหรือคนที่เรารักนั้นมีดอกไม้เป็นสัญลักษณ์เป็นดอกอะไรกันบ้าง

ARIES: MARCH 21 – APRIL 20

เป็นชาวราศีที่ให้พลังกับสิ่งรอบข้าง กระตือรือร้นและใจร้อน เหมาะกับดอกทิวลิปสีร้อนแรง

TAURUS: APRIL 21 – MAY 21

ราศีที่เหมาะกับคนหัวแข็ง หัวใจอบอุ่น จึงแทนด้วยดอกลิลลี่

GEMINI: MAY 22 – JUNE 21

ราศีสร้างสรรค์ เหมาะกับการเข้าสังคม เน้นดอกกุหลาบ

CANCER: JUNE 22 – JULY 22

อ่อนไหวกับคำพูดง่าย ต้องอดทนที่คบหา ดอก Delphinium

LEO: JULY 23 – AUGUST 22

ยิ่งใหญ่ ผยอง เข้มแข็ง นั้นใช่ดอกทานตะวัน

VIRGO: AUGUST 23 – SEPTEMBER 23

คนราศีกันย์เป็นคนหัวโบราณ ขี้อาย แต่ชัดเจนทางด้านความต้องการ ดอกเดซี่จึงเป็นดอกที่ให้ความหมายได้ดีกับคนราศีนี้

LIBRA: SEPTEMBER 24 – OCTOBER 23

ชาวตุลย์เป็นคนโรแมนติก มีเสน่ห์ และเข้ากับทุกคนได้ง่าย ดอกไม้ที่เป็นสัญลักษณ์ของราศีนี้คือดอกไฮเดรนเยีย Hydrangea

SCORPIO: OCTOBER 24 – NOVEMBER 22

ชาวแมงป่องราศีนี้เปลี่ยนแปลงตามอารมณ์ได้ง่าย อาศัยดอก Peony อาศัยดอกไม้บอกความเป็นตัวตนตัวเอง

SAGITTARIUS: NOVEMBER 23 – DECEMBER 21

ชาวธนู ให้รู้ไว้ว่าดอกที่ควรคู่คือดอกคาร์เนชั่น

CAPRICORN: DECEMBER 22 – JANUARY 20

ชาวมังกร ต้องอ้อนกันด้วยดอก African violet ดอกประจำราศี

AQUARIUS: JANUARY 21 – FEBRUARY 19

ส่วนชาวกุมภ์ที่มีความซื่อสัตย์และภักดีเป็นจุดเด่น ต้องเน้นดอกกล้วยไม้

PISCES: FEBRUARY 20 – MARCH 20

ส่วนชาวมีนที่เปิดใจง่าย คบง่าย ไม่มีพิธีรีตอง ต้องดอก Alstroemeria

ผู้เรียบเรียงและเขียน

ปวีณา วาสนาเรืองศุกร์

Copyright©2008

P.V.

All Rights Reserved.

สงวน ลิขสิทธิ์ ตาม กฎหมายและกฎหมู่

http://www.facebook.com/AstroHamburg

https://twitter.com/astrohamburg

1 ความเห็น

Filed under Uncategorized

ดวงอุบัติเหตุ.. เฮลิคอปเตอร์-แบล็กฮอว์กตก!!!

 เฮลิคอปเตอร์-แบล็กฮอว์กตก!!!


“อุบัติเหตุ” เป็นสิ่งที่ไม่มีใครคาดคิดหรือคิดไม่ถึง เกิดขึ้นโดยไม่ทันตั้งตัวและทำใจ เมื่อเกิดขึ้นกับใครจะมีแต่อาการช็อคแบบไม่รู้ตัว มีแต่ความเสียใจและเสียหายที่เกิดขึ้นมาสู่เจ้าตัวและคนในครอบครัวที่เกี่ยวข้อง เหมือนกับข่าวเฮลิคอปเตอร์ตกเมื่อไม่กี่วันและไม่กี่ชั่วโมงที่ผ่านมานี้

 

 

สำหรับคนไทย เราจะเชื่อในเรื่องอาถรรพ์หรือความแรงของเจ้าที่เจ้าทางรวมไปถึงในเรื่องของดวง(ชะตาขาด)เช่นเดียวกัน ส่วนในทางฝั่งตะวันตกนั้น เขาจะยกยอดให้เป็นเรื่องของดวงอุบัติเหตุ เช่นในตัวอย่างของนิตยสาร Hamburger-Hefte ฉบับที่ 1/1971 นั้นได้มีดวงตัวอย่างในเรื่องของอุบัติเหตุทางรถยนต์มาให้เราชาวนักโหราศาสตร์ได้ศึกษาดังนี้

Grethe Weiser เป็นนักแสดงชาวเยอรมัน เสียชีวิตทันทีจากอุบัติเหตุรถยนต์ในวันที่ 4 October 1970 ด้วยวัยเพียง 67ปี เสียชีวิตพร้อมสามีของเธอขณะที่จะเดินทางไปพักผ่อน

จากการประชุมของ Hamburger Schule (โรงเรียนฮัมบัวร์ก) หยิบยกโครงสร้างดาว UR ยูเรนัส      SU อาทิตย์ หมายถึง เหตุอันใดอันหนึ่งร่างกายพบเจออย่างกระทันหัน จากหัวเรื่องการประชุมเราได้หยิบยกเรื่องที่เกี่ยวกับ “รถประสานงา”ของอุบัติเหตุคราวนี้ได้ถึง 8 กรณี แจกแจงมาอย่างง่ายๆดังนี้

จากเหตุโศกนาฎกรรมของนาง Grethe Weisers เราซึ่งเป็นนักโหราศาสตร์ได้ใช้โครงสร้างที่เกี่ยวข้องกับอุบัติเหตุคือ SU  UR จากโครงร่างทีเราเห็น 9,14 ราศีตุลย์ ทำมุมกับอาทิตย์กำเนิด  27.02.1903 = 7,44 ราศีมีนและ + ตำแหน่งอาทิตย์กำเนิดอยู่ที่ 66,42 ก่อนโค้งอาทิตย์ จากนั้นเราหมุนจานไปที่จุดอาทิตย์จรที่ 0องศา ราศีมังกร เราจะเห็นว่าดาว UR= SOr/SOv = SO, URt

ในวันที่เกิดเหตุเราจะเห็นว่า อาทิตย์กำเนิดของเจ้าชะตานั้นทำมุมกับโค้งอาทิตย์ อาทิตย์จรและยูเรนัสจรด้วยเช่นกัน

ส่วนในเรื่องของอุบัติเหตุทางอากาศนั้น เราจะพิจารณากันที่จุด UR SO NE KR เป็นหลัก แล้วคุณผู้อ่านคิดว่า การเกิดอุบัติเหตุที่เกิดขึ้นอย่างนี้ เราควรโทษความประมาทของเจ้าชะตา,ดวงหรืออาถรรพ์ของเจ้าที่เจ้าทาง?

 

 

ผู้เรียบเรียงและเขียน

ปวีณา วาสนาเรืองศุกร์

Copyright©2008

P.V.

All Rights Reserved.

สงวน ลิขสิทธิ์ ตาม กฎหมายและกฏหมู่

 

 

ที่มา: http://www.thairath.co.th/content/region/187806

ให้ความเห็น

Filed under โหราพาเพลิน, โหราศาสตร์ฮัมบูรก์, Case Study Horoscope, Hamburger Hefte

ตรวจดวงชะตาตามราศี

โหราศาสตร์จากอดีตสู่ปัจจุบัน

บ่อยครั้งที่เราจะเห็นบทความทายดวงชะตาตามนิตยสารต่างๆให้เห็นกันดาษดื่น การทำนายโดยการแบ่งเป็นส่วนตามราศีที่เกิดเช่น สิงห์ กันย์ หรือตุลย์ ไม่ว่าจะทายด้วยไพ่ยิปซี ทายด้วยโหราศาสตร์ไทย-จีน-ฝรั่ง ล้วนแต่เป็นเรื่องที่หลายคนสนใจ โดยเฉพาะกับคนที่กำลังอับจนกับหนทางของชีวิต หรือเผชิญกับปัญหาที่ไม่กล้าเผชิญอยู่  มีหลายคนถามข้าพเจ้าว่า หากเราดูดวงแบบนี้แล้วจะแม่นหรือเชื่อถือได้ไหม?

ในประเทศเยอรมนี เขาก็มีการลงทำนายดวงให้อ่านตามนิตยสารเหมือนกัน แต่หากเขาจะเอามายึดถือกันเป็นแนวทางในการดำเนินชีวิตหรือตัดสินใจก็ไม่ใช่เอาซะเลย คนส่วนมากนั้นอ่านเพราะความสนุก ความบันเทิงเท่านั้น เพราะเขาให้ความเห็นกันว่า หากในนิตยสารนั้นกล่าวว่า “ราศีสิงห์ในเดือนนี้จะมีปัญหาทางด้านการเงิน” นั่นแสดงว่า คนที่เกิดในราศีสิงห์ทุกคน(หรือทั่วโลก)จะต้องประสบปัญหาทางการเงินอย่างที่ว่าเช่นนั้นสิ?

ส่วนในบ้านเรานั้น หากท่านผู้อ่านจะอ่านดวงเพื่อความบันเทิงใจ เพื่อความสบายใจหรือเป็นความชื่นชอบส่วนตัว อันนี้ก็ตามอัธยาศัย เพราะไม่ว่าคุณจะเชื่อในเรื่องดวงหรือไม่ก็ตาม ดวงดาวมันก็ยังคงทำตามหน้าที่ของมันไปพร้อมๆกับเรา เพราะเราก็ยังคงถูกอิทธิพลจากดวงดาวโดยผ่านคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้าหรือคลื่นพลังงานใดพลังงานหนึ่งสะท้อนผืนดินส่งตรงมาสู่เรา ในบางช่วงอายุชีวิต เราจึงอาจประสบพบเจอเรื่องที่คาดคิดไม่ถึงหรือไม่ทันได้ตั้งตัว แต่สำหรับนักโหราศาสตร์แล้ว พวกเขาเหล่านั้นย่อมรู้และเข้าใจถึงความหมายและความเป็นไปในวิถีแห่งดาวที่จะเกิดขึ้นอย่างที่มันเป็นไป

ชีวิตคนเรานั้นก็วนเวียนกับความสุข-ความทุกข์กันไปอย่างนี้ เพียงแต่หากเรารู้ก่อนใครสักนิีด ว่าอะไรมันจะเกิดขึ้น มันคงจะดีกว่าไม่ใช่หรือที่จะเอาแต่พึมพำว่า “รู้อย่างนี้….ฉันจะ…”

 

 

ปวีณา วาสนาเรืองศุกร์

Copyright©2008

P.V.

All Rights Reserved.

สงวน ลิขสิทธิ์ ตาม กฎหมายและกฏหมู่

ให้ความเห็น

Filed under โหราพาเพลิน, โหราศาสตร์ฮัมบูรก์

จาก ME (Merkur)ดาวพุธ ถึงดาว SA (Saturn) ดาวเสาร์ ที่เราเรียกว่า ‘การเดินทาง’

เมื่อนักโหราศาสตร์ยูเรเนี่ยนจะพูดถึงการเดินทางหรือคิดถึงเรื่องการเดินทาง เขาจะนึกถึงสูตรหรือสมการง่ายๆของดาว 2ดวงนี้คือ ดาวพุธและดาวเสาร์  ดาวพุธหมายถึง การสื่อสาร การพูด สื่อต่างๆ การเคลื่อนไหว เยาวชน คนรุ่นเยาว์ ส่วนดาวเสาร์ หมายถึง ความทุกข์ การแยกจาก การใช้สมาธิ การจรดจ่อเป็นต้น

เมื่อดาวสองดวงนี้ทำมุมเล็ง ทับในโครงสร้างของจุดเจ้าชะตาหลายๆจุดๆในช่วงเวลานั้นๆ แสดงว่าเจ้าของดวงชะตามีเกณฑ์ที่จะได้เดินทางไกล(หรือใกล้)ค่อนข้างสูง

แต่ในอีกมุมหนึ่งก็จะหมายถึงได้ว่า เจ้าชะตาผู้นั้นมีเรื่องที่ต้องตัดสินใจยากในช่วงนั้นๆเช่นกัน นักโหราศาสตร์จึงเป็นผู้ต้องค้นหาโครงสร้างและรูปแบบดาวในดวงชะตาในหลายๆมุมมอง ทั้งนี้ทั้งนั้นขึ้นอยู่กับประสบการณ์ที่เก็บเกี่ยวข้องแต่ละท่านที่จะมีมุมมองที่ดีและถูกต้องด้วยเช่นกัน

ปวีณา วาสนาเรืองศุกร์

Copyright©2008

P.V.

All Rights Reserved.

สงวน ลิขสิทธิ์ ตาม กฎหมายและกฏหมู่

ให้ความเห็น

Filed under รู้ทันสันดานดาว, โหราพาเพลิน, ME, SA

อิทธิพลจากดวงอาทิตย์

ปีใหม่ไทยก็ผ่านไปแล้ว หลายคนอาจอธิษฐานขอให้ได้มีชีวิตใหม่ ขอให้เจอแต่สิ่งใหม่ๆที่ดี หรือขอให้สิ่งเลวร้ายในชีวิตหายไป เราต่างก็ฝากความหวัง ฝากอนาคตไว้กับสิ่งศักดิ์สิทธิ์ ฝากไว้กับสิ่ง(ของ)หรือใครสักคนที่ไม่ใช่ตัวเรา

คุณเคยลองสังเกตไหมว่า ทำไมสิ่งดีๆที่เราได้ทำอยู่ทุกวันนั้นถึงไม่ตอบแทนให้เรากลับคืนมาอย่างที่เราคาดหวัง ทำไมเราขยันแทบตายแต่หน้าที่การงานไม่ดีขึ้นเลย ไม่ก้าวขึ้นมาบ้างเลย …ทำไมคนนั้นเอาแต่ประจบสอพลอแล้วหน้าที่การงานไปได้ดี แต่กลับไม่ใช่เราที่ควรจะได้เลื่อนตำแหน่ง …ทำไมเรารักคนนี้แทบตาย แต่เขากลับทิ้งจากเราไป ทำไมเราทำดีกับเขาแทบตายแต่เขากลับไม่เห็นความดีของเรา และยังมีอีกหลาย”ทำไม”ที่เราต่างก็หาเหตุผลมาอธิบายกับตัวเราไม่เจอ

สิ่งที่มีอิทธิพลเหล่านี้มันมีที่มาและที่ไปที่เราสามารถอธิบายเป็นเหตุและผลได้ อย่างแรกเลยในทางโหราศาสตร์เยอรมันเขาถือว่า สิ่งแวดล้อม(ดาวเคราะห์ต่างๆที่อยู่ในจักรวาลนั้นล้วนมีอิทธิพลส่งถึงกันและกัน โดยมันจะส่งคลื่นที่มีความถี่ทั้งที่มนุษย์หรือสิ่งมีชีวิตรับได้และรับไม่ได้) ยกตัวอย่างง่ายๆคือ ดวงอาทิตย์ เป็นสิ่งที่มีอิทธิพลมากที่สุดแก่สิ่งมีชีวิตบนโลกใบนี้  มันมีอิทธิพลในเรื่องง่ายๆในเรื่องของแสงเพราะดวงอาทิตย์เป็นแหล่งพลังงานแสงที่ใหญ่ที่สุดในระบบสุริยะจักรวาล เป็นแหล่งกำเนิดแสงตามธรรมชาติ ซึ่งทำให้มนุษย์เรามองเห็นสีสันบนโลกใบนี้  

แสงถือได้ว่าเป็นคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้าชนิดหนึ่งที่มีความยาวคลื่นตั้งแต่ 380-780 นาโนเมตร แต่อาจประมาณได้ว่า 400-700 นาโนเมตร สีของแสงจากดวงอาทิตย์นี้จะมีการเปลี่ยนแปลงอยู่เสมอตามตำแหน่งของดวงอาทิตย์บนท้องฟ้า เช่นแสงของดวงอาทิตย์ในเวลาเที่ยงวันจะมีความเข้มแสง มากและเป็นสีขาว ในขณะที่แสงของดวงอาทิตย์ในเวลาเย็นจะมีความเข้มแสงน้อยและเป็น สีเหลืองหรือส้ม และในสภาพอากาศที่มีความแตกต่างกันแสงจากดวงอาทิตย์ก็มีความแตกต่างกัน โดยจะเห็นได้จากแสงสว่างในที่ร่มเวลาที่ท้องฟ้ามีเมฆกับแสงแดดที่ส่องตรงจากดวงอาทิตย์จะมีสี และความเข้มแสงที่แตกต่างกัน

ยกตัวอย่างง่ายในทางยุโรปเขาจะปลูกต้นเชอรี่เอาไว้ เราจะไม่มีทางทราบเลยว่าลูกเชอรี่นั้นสุกหรือยังไม่สุก หากไม่มีแสงอาทิตย์(ตะวัน)ส่องมาให้เห็น เพราะลูกเชอรี่สีแดงในตอนเช้า เราจะมองเห็นเป็นสีสว่าง แต่ช่วงตอนกลางวันเราจะมองเห็นลูกเชอรี่ออกเป็นสีเข้ม เป็นต้น

สีเป็นการรับรู้ทางด้านการมองเห็นอย่างหนึ่งของมนุษย์ สีจะเกิดขึ้นได้ก็ต้องมีองค์ประกอบอย่างน้อย 2 ประการคือ แสงและผู้สังเกต เมื่อแสงเดินทางไปสู่ตาและเรตินามีหน้าที่รับแสงและเปลี่ยนแสงเป็นกระแสประสาท โดยมีเซลรับแสงรูปแท่งและเซลรับแสงรูปกรวย เซลรับแสงรูปแท่งจะทำงานเมื่อแสงน้อย เซลรับแสงรูปกรวยจะทำงานเมื่อมีแสงมาก เป็นเซลที่ทำให้เกิดการรับรู้สี  

ที่กล่าวมาข้างต้นนั้นเราอธิบายกันในทางวิทยาศาสตร์ในแง่ของการได้รับอิทธิพลจากดาวดวงแรกคือ ดวงอาทิตย์ที่มีต่อสิ่งมีชีวิตบนโลกโดยเฉพาะกับมนุษย์อย่างเราๆ ข้าพเจ้ายังไม่ได้กล่าวถึงดาวที่เหลืออีกหลายดวงที่ต่างก็มีอิทธิพลส่งถึงมนุษย์ทั้งทางตรงและทางอ้อม

ทางด้านการตลาดในยุคปัจจุบันหรือในวงการสื่อมีเดียต่างๆ ต่างก็ทราบกันดีว่า”สี”นั้นมีอำนาจและมีความหมายต่อผู้บริโภคมากน้อยอย่างไร เพราะสีนั้นเป็นเรื่องของภาษาและการสื่อสารในวงการมีเดีย(โดยเฉพาะทางด้านการโฆษณาและแฟชั่น) นักดีไซด์เนอร์จะใช้สีในการทำการตลาด เพราะสีบ่งบอกอารมณ์ของการใช้ชีวิต(อารมณ์ชีวิต) สีนั้นเป็นสัญลักษณ์สำหรับดีไซดืเนอร์  ก็เหมือนกับนักโหราศาสตร์อย่างข้าพเจ้าที่ถือว่าดวงดาวก็เป็นสัญลักษณ์ที่มีอิทธิพลต่อมนุษย์บนโลกฉันใด สีก็เป็นสัญลักษณ์ให้แก่นักดีไซด์เนอร์และผู้บริโภคอย่างเราๆฉันนั้น

ดังนั้นหากในขณะนี้ชีวิตของพวกคุณเริ่มไม่เข้าที่เข้าทางนั่นหมายความว่า มันมีสิ่งที่มีอิทธิพลบางอย่างที่ส่งคลื่นมารบกวนอยู่รอบตัวคุณที่อาจเป็นอุปสรรคต่อเป้าหมายหรือสิ่งที่คาดหวังเอาไว้ในช่วงหนึ่งๆ อาจเป็นสิ่งที่อยู่นอกเหนือการควบคุมเพราะมีปัจจัยคนรอบข้างเข้ามาเกี่ยวข้องด้วย หากคุณมีสติและปัญญา มีเวลาอีกมากบนโลกใบนี้ มีความมั่นใจเกินร้อย อุปสรรคที่เข้ามาในชีวิตช่วงนี้ก็ไม่ใช่เป็นเรื่องที่น่าห่วงสำหรับคุณ แต่เมื่อไรที่คุณขาดความมั่นใจหรือเวลาที่คาดหวังเอาไว้นั้นเริ่มจำกัดจำเขี่ย บางทีดวงดาวก็สามารถหาทางเลือกให้คุณได้เข้าใจและปรับตัวได้มากกว่าที่คุณคิด ข้าพเจ้าขอเป็นกำลังใจให้กับผู้อ่านทุกคนนะคะ

สวัสดีปีใหม่ไทย

ปวีณา วาสนาเรืองศุกร์

ให้ความเห็น

Filed under อิทธิพลทางโหราศาสตร์ของอาทิตย์และจันทร์

The many faces of Mercury

In the zodiac, the planet Mercury shows us two faces, or more aptly, two images:

a) Gemini, of an adolescent boy of commercial mould. Like Apollo, he is son of Jupiter, yet not enjoying the same privileges as his brother. Wings on his feet and on his travelling hat refer to his rapidity. Function; connection.

b) Virgo, the quality of Mercury in Virgo represents the seeping of wisdom. It is the intelligence that transcends the process of transformation and leads to the alchemical level of god. It is the Mercury of the caduceus, with the two serpents, Ida and Pingala, that tighten round the axis mundi. The caduceus can be superimposed on the man.

Quelle:

The many faces of Mercury, The Astrological Journal

ให้ความเห็น

Filed under รู้ทันสันดานดาว, โหราพาเพลิน, ME

จิตเปลี่ยนไปเพราะความยึดติด

 

   อารมณ์มันก็เช่นเดียวกัน ถ้าเราเพ่งเล็งอะไรมาก นึกถึงเรื่องอะไรมาก ก็เรียกว่า “เมา”ในสิ่งนั้น เมาในรูป เมาในเสียง เมาในสิ่งที่จับต้อง แล้วเราก็นั่งคิดนั่งนึกอยู่ในเรื่องนั้น เขาเรียกว่า”เมา”เหมือนกัน เมาแล้วทำให้สภาพจิตใจเปลี่ยนจากความสะอาดจากความสงบ สว่าง กลายเป็นสกปรกวุ่นวาย เร่าร้อน

ดาวเนปจูนก็ถือว่าเป็นดาวที่ส่งอิทธิพล ทำให้ผู้คนเมาทำให้หลง สื่อและเทคโนโลยีหลายอย่างบนโลกเราทุกวันนี้ล้วนแต่ทำให้ผู้คนมึนเมา หลงเข้าใจไปยึดติด เมื่อดาวจรเนปจูนกุมอยู่ในจุษเมษของปีไหนนั่นแสดงให้เห็นว่า ในปีนั้นอิทธิพลแห่งความมัวเมา ความคลุมเครือจากเนปจูนจะส่งผลให้เห็นอย่างชัดต่อมนุษย์เช่น การละคร ภาพยนต์ สื่อทางโทรทัศน์(วงการมายาทั้งหลาย) เชื้อโรคที่ลอยในอากาศอย่างไวรัส เหล่านี้ล้วนแต่ได้รับอิทธิพลจากดาวเนปจูนทั้งสิ้น

P.V.

ให้ความเห็น

Filed under โหราพาเพลิน, โหราศาสตร์ฮัมบูรก์