Author Archive
จงทำสิ่งเล็กน้อย ด้วยความรู้สึกที่ยิ่งใหญ่ …. เพราะทุกย่างก้าวของการเดินทางล้วนมาจากการคลาน การตั้งไข่และการเดินจนไปสู่การวื่ง การเริ่มต้นทำสิ่งเล็กๆน้อยๆจึงเป็นกระบวนการของการทำสิ่งที่ยิ่งใหญ่ทั้งสิ้นเสมอ หากในวันนี้คุณยังไม่เริ่มลงมือทำแล้วยังคาดหวัง ยังนั่งรอคอยโชคชะตา ฟ้าอาจไม่มีตามองและยื่นโอกาสมาให้คุณนะคะ credit Photo: http://sv.wikipedia.org/wiki/Berg[ READ MORE ]
เป้าหมาย ที่ไร้การวางแผนจะกลายเป็น”เป้าหมัน” เป้าหมายที่ใครๆว่า เป้าหมายที่ในหนังสือหรือผู้ยิ่งใหญ่หมายถึง อาจจะไร้ความหมายหากเราไม่มีการวางแผน หากเรามีแต่ความอยาก ที่ไร้ความเป็นจริงจากการลงมือทำตามแผนที่กำหนดเอาไว้ เมื่อคุณมีเป้าหมาย ควรใส่รายละเอียดของแผนการเอาไว้ด้วย ไม่ใช่เพื่อใคร แต่เพื่อเป้าที่เราหมายและจะได้ไปให้ถึงทันเวลานะคะ โหรอินดี้ ปวีณา วาสนาเรืองศุกร์ Zertifikat Astrologie der Hamburger Schule®, Diploma Hamburg School Astrology® Copyright © 2008 All rights reserved. www.astrohamburg.wordpress.com www.facebook.com/AstroHamburg www.twitter.com/astrohamburg Email: astrohamburg.pv@gmail.com Mobile: 080-604-[ READ MORE ]
โอกาส ก็เหมือนไอติม หากเราไม่รีบลิ้มรส ไม่รีบเลีย มันจะละลาย เรามักเสียโอกาสกับทางที่เราเลือกมาแล้ว ความเสียดายนี้แหล่ะที่เป็น อุปสรรค บางทีหากเรามีเป้าหมายที่มุ่งมั่นจริงๆในชีวิต เราจะเห็นว่าโอกาสมันมาหาเราอยู่ทุกวัน เพียงแค่เรายังไม่กล้าเลือกมัน มันจะผ่านมาแล้วก็ผ่านไปเป็นอย่างนี้เรื่อยไปไม่จบไม่สิ้น วันแล้ววันเล่า อย่ามัวแต่เสียดายกับโอกาสที่เราเป็น อยู่ คือนะคะ เพราะบางที สิ่งที่เราเรียกว่า โอกาส อาจเป็นความหวัง ความฝันของคนอื่นแต่ไม่ใช่ของเราที่แท้จริง ถามตัวเองและซื่อสัตย์กับตัวเองให้ดีว่า อะไรคือเป้าหมายของเรากันแน่ โชคดีทุกคนค่ะ โหรอินดี้ ปวีณา วาสนาเรืองศุกร์ Zertifikat Astrologie der Hamburger Schule®, Diploma Hamburg School Astrology® Copyright © 2008 All rights reserved. www.astrohamburg.wordpress.com www.facebook.com/AstroHamburg www.twitter.com/astrohamburg Email: astrohamburg.pv@gmail.com Mobile: 080-604-[ READ MORE ]
พรสวรรค์ทำให้เริ่มต้นง่ายกว่า แต่ไม่ได้หมายความว่าจะเร็วกว่า พรแสวงถึงแม้จะทำให้ไม่ได้เริ่มต้นเร็ว แต่โอกาสสำเร็จมีมากกว่า โดยธรรมชาติของมนุษย์เราต่างก็โหยหาพรสวรรค์กันเสียส่วนมาก เพราะพรสวรรค์เป็นสิ่งที่ติดตัวมาตั้งแต่เรากำเนิดบนโลกขึ้น ส่วนพรแสวงนั้นเป็นสิ่งที่เสริมสร้างกันขึ้นมาภายหลังซึ่งต้องอยู่ภายใต้เงื่อนไขของเวลาล้วนๆเช่น การฝึกซ้อมหนักเพื่อเป็นนักกีฬาทีมชาติ การฝึกซ้อมเล่นดนตรีเพื่อการประกวด บุคคลคนใดที่มีพรสวรรค์ติดตัวมาแต่กำเนิดเปรียบเหมือนขาสองข้าง ส่วนพรแสวงนั้นเปรียบเหมือนการฝึกคลานฝึกเดินเพื่อมีกล้ามเนื้อที่แข็งแรงและรอเวลาตั้งไข่ จากนั้นจึงเปลี่ยนเป็นเดินเร็วและวิ่งในที่สุด คำนิยามของพรสวรรค์นั้นมีมากมายสิ่งหนึ่งคือ สิ่งที่เราถนัดมากที่สุด ติดตัวเรามาตั้งแต่เกิด ตั้งแต่เยาว์วัย ส่วนพรแสวงคือ สิ่งที่สนใจเพื่อผลตอบแทนในอนาคตอาจเป็นเรื่องของเงินทอง ความพอใจ ความสุข(แล้วแต่ใครจะนิยาม) แต่ความสำเร็จในชีวิตต่างต้องมีทั้งสองสิ่งนี้ด้วยกัน ไม่สิ่งใดก็สิ่งหนึ่งที่มีมากกว่าหรือน้อยกว่า ทางที่ดีเราไม่ควรน้อยเนื้อต่ำใจว่า พรสวรรค์ก็ไม่มีและเราคงไร้ค่า อันนี้ไม่เป็นความจริงนะคะ คนทุกคนล้วนมีพรสวรรค์ที่ตนเองหาไม่เจอ 2 อย่างค่ะ โฟกัสไปในสิ่งที่เราทำและความสำเร็จมันจะกลับมาหาเราเอง เหมือนอย่างที่นาย โดนันท์ ทรัปต์กล่าวคำสำคัญว่า “F O C U S” Follow One Cause Until Success การติดตามเรื่องใดเรื่องนึงตลอดเวลาจนประสบความสำเร็จ แด่คนประสบความสำเร็จทุกคนค่ะ โหรอินดี้ ปวีณา วาสนาเรืองศุกร์ Zertifikat Astrologie der Hamburger Schule®, Diploma Hamburg [ READ MORE ]
เมื่อคืนผู้เขียนได้ฟังรายการ Club Friday แล้วก็มานั่งนึกดูว่า ทุกๆวันจะมีคนอาการอกหักรักคุดมากมาย สั่งสมความทุกข์กันมายาวนาน ดูเหมือนว่าอาการทุกข์จากรักต้องมาระบายกับใครสักคนที่นอกเหนือจากพ่อแม่-พี่น้องผองเพื่อนเพื่อให้รู้สึกว่าเราจะระบายได้มากกว่า เมื่อความสัมพันธ์สิ้นสุดลงหรือการเลิกรากันเกิดขึ้นอาการอกหักมักท่วมเอ่อ มีไม่กี่คนหรอกที่จะออกอาการทางจิตหลังอย่างรุนแรงหลังจากถูกทอดทิ้ง ในชีวิตของคนเหล่านี้ล้วนแล้วแต่ถูกห้อมล้อมด้วยผู้คนมากมาย ไม่เคยได้เดียวดายในความรู้สึกสักที เพราะมีทั้งเพื่อน พ่อแม่พี่ น้องหมาน้องแมวตลอดเวลา เมื่อถึงคราที่จะต้องมาเลิกกับแฟน กลับรู้สึกอ้างว้างแทบไม่อยากจะมีชีวิตอยู่บนโลกนี้ทั้งๆที่พ่อแม่พี่น้องก็ยังอยู่รอบตัวเราเหมือนเดิม เมื่อปริมาณของความหวังลดต่ำลง หวังว่าคนรักจะกลับมาหาเรา หวังว่าเขาจะรักษาตามคำที่พูดหรือสัญญา แต่สุดท้ายไม่ได้รับและเขาก็ไม่เคยกลับ หลายคนที่ตกอยู่ในสภาพแบบนี้รู้สึกอยากฆ่าตัวตายหรือหมกมุ่นกับจินตนาการที่มืดมนโดยหาวิธีแก้แค้นแฟน-คนรักของตนเหมือนอีแพงในละครเรื่อง”บ่วง” อันที่จริงมันยังมีอีกหลายหลายวิธีที่จะรับมือกับการถูกบอกเลิก “การเคยได้เป็นฝ่ายรับมากกว่า” ก่อนอื่นเราต้องรู้ว่า ตัวเรารอคอยหรือคาดหวังอะไรจากเขาคนนั้น สิ่งนั้นมันถึงทำให้เราทุกข์มากมายแทบอยู่บนโลกไม่ไหว เราลองมาดูกันว่าคนใกล้ตัวเราตกอยู่ในสภาวะแบบนี้ไหม เราจะช่วยเหลือทางใจเขาได้อย่างไร เราจะเข้าไปยืนมือช่วยเขาในช่วงไหนถึงจะเหมาะสม บางคนปลอบเพื่อนไปเป็นร้อยเที่ยวแต่เพื่อนมันก็ยังไม่ตัสินใจตามคำแนะนำเราสักที มันมีขั้นตอนของอาการค่ะ เพราะในแต่ละอาการนั้นอาศัยเวลา ยามปลอบเราต้องทราบว่าจะปลอบเขาได้สำเร็จในช่วงไหน 4 ระยะของคนอกหัก ระยะการไม่รับรู้ ยอมเพื่อปฎิเสธความจริง พวกเขาจะเชือในความหวังที่ลมๆแล้งๆว่าทุกอย่างจะดีขึ้น คนเหล่านี้จะยอมทำทุกอย่างเพื่อให้คนรักกลับมา ยอมเปลี่ยนแปลงตัวเอง ยอมตกเป็นทาสความหลอกลวงที่ตนสร้างขึ้นมาว่าไม่มีอะไรเกิดขึ้น มันเป็นเพียงแค่ความฝัน ปลอบใจตัวเองเพื่อหล่อเลี้ยงความหวังที่ไร้หนทางหวังต่อไป ระยะความรู้สึกแตกสลาย เมื่อหัวใจโดนมีดกรีด คนเหล่านี้จะม้วนห่อความรู้สึกตัวเองเอาไว้ ห่อม้วนความรู้สึกด้วยความกลัว ด้วยความสงสัยไม่แน่ใจ ห่อด้วยความหึงหวงเคียดแค้น และเกลียดชัง คนเหล่านี้จะกินไม่ได้ นอนไม่หลับ มีอาการปวดหัว ท้องผูก ปวดท้อง(เพราะความเครียด) [ READ MORE ]
“ไม่มีคำว่าสายเกินไปสำหรับการเลือกเป็นคนที่คุณควรจะเป็น” -จอร์เจีย เอลเลียส- มีเด็กคนนึงมีเพื่อนน้อยในวัยเด็ก เป็นคนขี้อายไม่ค่อยรู้เรื่องรอบตัวมากนักและไม่มีพรสวรรค์พิเศษที่โดดเด่นอะไร เขาตัดสินใจเริ่มต้นธุรกิจของตัวเองในขณะที่มีอายุถึง46ปี โดยก่อนหน้านี้เขาทำงานให้กับพี่ชายที่ชื่อดร.เคลล็อกก์และได้เงินเดือนในบิลแค่87$ อยู่มาวันนึงขณะที่ทั้งคู่ทดลองพัฒนาอาหารใหม่ๆสำหรับผู้ป่วย เขาค้นพบ”คอร์นเฟลค”โดยบังเอิญ เนื่องจากวางหม้อต้มธัญพืชนานเกินไป วิลล์ เคลล็อกก์ (Will Kellogg)โน้มน้าวให้พี่ชายลงทุนกับสิ่งที่ค้นพบเพื่อขายให้ผู้บริโภค แต่พี่ชายกลับปฏิเสธและดูถูกว่าใครจะไปกินของแปลกๆแบบนั้น ต่อมาในปี1906 วิลล์ยังยึดมั่นในความเชื่อของตนเอง ลาออกจากงานและทำการตลาดสินค้าดังกล่าว นั่นคือจุดเปลี่ยนที่ทำให้วิลล์กลายเป็นชายที่รวยที่สุด พวกเราจะไม่มีใครได้รู้จักหรือกิน corn flakes หากชายผู้นั้นล้มเลิกความตั้งใจ, ความมุ่งมั่นและความฝันตัวเอง เขาคือ Will Kellogg หากวันนั้น Will Kellogg ไร้เป้าหมาย ,ความฝันที่มุ่งมั่น เราจะไม่มีทางได้รู้จักกับ”คอร์นเฟลค”แน่นอน มีคนจำนวนมาเลือกที่จะยอมละทิ้งความฝันของตัวเองไปง่ายๆก่อนที่จะได้เริ่มพยายามด้วยซ้ำ เพราะความกลัวในใจของตัวเอง กลัวสารพัด กลัวความไม่แน่นอน กลัวว่าคนอื่นจะคิดอย่างไร สุดท้ายพวกเขาไม่รู้ว่าตัวเองกำลังกลัวที่จะประสบความสำเร็จ ลงท้ายต้องใช้ชีวิตอยู่ไปโดยไม่เคยมีความสุข มองคนอื่นๆก้าวถึงเป้าหมายได้คนแล้วคนเล่าและเอาแต่โทษว่าคนอื่นโชคดี มีพร้อมมากกว่า ดวงดีกว่า เพราะปีนี้ปีชงฯลฯ ขณะที่คนอีกกลุ่มเลือกที่จะยอมให้ความล้มเหลวในอดีตมาเป็นตัวกำหนดอนาคตของตนและยอมรับง่ายๆว่า ตัวเองคงไร้โอกาสที่จะประสบความสำเร็จได้ คนที่ล้มเหลวมักจะหาเหตุผลมารองรับว่าอะไรทำให้ตนเองไม่ประสบความสำเร็จในเรื่องต่างๆ แต่สำหรับผู้ที่ประสบความสำเร็จ เขาจะมองหาเหตุผลที่จะทำให้สิ่งต่างๆเป็นไปอย่างที่เขาต้องการ คนจำนวนมากต่างพอใจที่จะเลือกใช้ชีวิตในแบบปลอดภัยไว้ก่อน เพราะความเชื่อที่ว่า”แม้จะไม่ประสบความสำเร็จมากมายแต่ไม่ต้องเจอเรื่องร้ายหรือเสี่ยง” คนที่พิเศษคือ คนธรรมดาทั่วๆไปที่สร้างเรื่องที่ไม่ธรรมดาให้เกิดขึ้นได้ คนเหล่านี้ไม่ได้เรียนมาสูงหรือมีพรสวรรค์พิเศษ เขาต่างก็กลัวและไม่แน่ใจ สิ่งที่คนพิเศษมีคือ การเลือกลงมือทำในสิ่งที่ตนเชื่อด้วยความมุ่งมั่นอย่างมีเป้าหมาย [ READ MORE ]
เมื่อประตูบานหนึ่งปิดลง ประตูบานอื่นจะเปิดออก โศกนาฏกรรมของชีวิตคือ เรามักมองไปตรงบานประตูที่ปิดกลับไม่ใช่บานประตูที่ถูกเปิด So ist das Leben: Wenn sich eine Tuer schliesst, oeffnet sich eine andere. Die Tragik liegt darin, dass wir nach der geschlossenen Tuer blicken, nicht nach der geoeffneten. -Andre Gide- ประตูแห่งโอกาสมักเปิดรอรับคนที่เปิดใจและเปิดตาเท่านั้น ไม่ว่าประตูบานที่เราเพิ่งผิดหวังจะปิดลงเมื่อครู่ แต่อย่าลืมว่ายังมีประตูแแห่งความหวังบานอื่นๆยังเปิดรอเราอยู่ credit photo: http://www.baerbel-troemer.de โหรอินดี้ Zertifikat Astrologie der Hamburger Schule®, Diploma Hamburg School Astrology® Copyright © 2008 [ READ MORE ]
ความกลัว ทำให้เสื่อม ความกลัวมีอยู่ในทุกการเปลี่ยนแปลง การเปลี่ยนแปลงทั้งของตัวเราเอง, คนในครอบครัว, สิ่งแวดล้อม, สภาพความเป็นอยู่, อากาศ, อาชีพ,ฐานะและคนรักเป็นต้น เราต้องเรียนรู้และจัดการกับการเปลี่ยนแปลงเพื่อที่จะอยู่ร่วมกับมันได้อย่างมีสุขในชีวิต เรื่องงานและธุรกิจ การเปลี่ยนแปลงที่คาดคิดหรือกะเกณฑ์ไว้เราสามารถปรับตัวเข้ากับมันได้เช่น ในเรื่องการเกิด แก่ เจ็บและตาย(การเสื่อม) แต่การเปลี่ยนแปลงที่ไม่คาดคิดบางอย่าง(ก่อนเวลาอันควร) อันนี้สิที่ทำให้เราปรับตัวไม่ทัน และทำให้เราทุกข์ ความกลัวการเปลี่ยนแปลงนี่มันมาจากไหน? การเปลี่ยนแปลงของวัน เวลาเช่น พระอาทิตย์ขึ้นยามเช้าแล้วก็ตกในยามเย็น อันนี้เป็นการเปลี่ยนแปลงที่เราไม่กลัว(เพราะเราชิน) แต่มนุษย์เราจะรู้สึกกลัวต่อกับการเปลี่ยนแปลงยามที่เราจิตตก(อ่อนแอ) ช่วยตัวเองไม่ได้และไม่ไว้วางใจตัวเอง(ไม่มั่นใจในตัวเอง) ไม่สามารถที่จะปรับตัวและจัดการกับสิ่งนั้นๆได้เพราะมันยังใหม่และเราไม่ชิน ไม่รู้จักกับมัน นักจิตวิทยาเขาบอกว่า มนุษย์เราจะมีความกลัวต่อการเปลี่ยนแปลงเมื่อเราให้ค่าความสามารถเราต่ำเกินไป เมื่อเราให้ค่าตัวเองต่ำเราจะไม่สามารถปรับตัวต่อเหตุการณ์ที่เปลี่ยนแปลงรอบตัวเราได้เพราะเราขาดความมั่นใจในตนเอง และการเปลี่ยนแปลงเหล่านั้นจะเป็นอันตรายต่อเรา การที่เราเรียนรู้จากประสบการณ์(คำสอน)ของพ่อแม่ที่กล่าวตักเตือน การรอฟังคำแนะนำหรือคำบอกเล่าจากผู้อื่นและการที่เราเองไม่เคยได้ตัดสินใจอะไรเองเลย ไม่ว่าจะไปทานอะไร เรียนอะไร ทำอย่างไรเรารอคอยแต่คำแนะนำจากคนอื่น ฟังคนอื่นมากกว่าที่จะคิดตัดสินใจและลงมือทำด้วยตนเอง คำแนะนำ(ด้วยความหวังดี)เหล่านี้จึงเป็นบ่อเกิดให้เราฝังชิพความกลัวเพิ่มขึ้นทีละน้อยอย่างไม่รู้ตัว เพราะเราไม่เคยลองคิดหรือตัดสินใจด้วยตัวเอง ไม่เคยแก้ปัญหาด้วยตัวเอง สุดท้ายเราจะยืนด้วยขาของตัวเองไม่ได้ รับมือกับปัญหาหรือการเปลี่ยนแปลงที่ไม่เคยชินไม่ได้ พอการเปลี่ยนแปลงที่นอกเหนือจากที่เราเคยชินอย่างพระอาทิตย์ขึ้น-พระอาทิตย์ตกเข้ามาในชีวิต เราจึงไม่รู้ว่าเราจะแก้ไขการเปลี่ยนแปลงนี้ได้อย่างไร เราไม่เคยเรียนรู้ที่จะตัดสินใจด้วยตัวเอง คอยฟังแต่คำแนะนำ ไม่เคยเรียนรู้การตัดสินแบบผิด-ถูก เมื่อไม่เคยมีการเรียนรู้ในการตัดสินใจด้วยตนเองเพราะกลัวผิด(ไม่เหมือนที่พ่อแม่บอกหรือคนอื่นบอกมา) ขาดการพัฒนาด้านความมั่นใจตนเอง เมื่อมีเหตุการณ์ที่ไม่คาดคิด (เพราะไม่เคยลองคิดเอง)จึงเกิดความกลัวและไม่สามารถรับมือต่อการเปลี่ยนแปลงเหล่านั้นได้ วิธีการจัดการกับความกลัวในการเปลี่ยนแปลงได้อย่างไร คุณจะรู้ได้อย่างไรว่าเราจะจัดการกับความกลัวได้เมื่อมีการเปลี่ยนแปลงเกิดขึ้น อะไรที่จะทำให้ตัวเราเองรู้สึกว่าเรามีความสามารถและรับมือกับปัญหาได้ เรามีภูมิต้านทานต่อการเปลี่ยนแปลงดีแค่ไหน? [ READ MORE ]
Wir kommen allein auf die Welt, wir leben allein, wir sterben allein. Nur Liebe und Freundschaft können uns für einen Augenblick die Illusion verschaffen, nicht allein zu sein. Orson Welles ยามเราเกิดก็เกิดมาเพียงคนเดียว เราอยู่คนเดียวและเราก็ตายคนเดียว มีเพียงความรักและมิตรภาพของเราเท่านั้นที่ลวงตาขณะนั้นว่าเราไม่ได้อยู่คนเดียวบนโลกนี้ ออร์สันเวลส์ มนุษย์เราต้องแบกรับทุกสิ่งในชีวิต แม้กระทั่ง”ความเดียวดาย” ทางจิตวิทยากล่าวว่า ความเดียวดาย(เหงา)เป็นความรู้สึกที่มีอิทธิพลต่อมนุษย์เรา มีมนุษย์มากมายที่รู้สึกเดียวดาย-เหว่ว้า รู้สึกว่าถูกทอดทิ้งเหมือนว่าชีวิตนั้นถูกตัดขาดออกจากความรัก ความเดียวดายจึงเป็นอาการป่วยไม่ต่างจากการป่วยทางร่างกาย ทำไมผู้คนสมัยนี้จึงขี้เหงา ว้าเหว่ทั้งๆที่เราอยู่ในยุคที่มีการสื่อสารดีที่สุด ไวที่สุด เรามีช่องทางการติดต่อสื่อสารมากมายทั้งอีเมล โทรศัพท์มือถือ อินเตอร์เนท สิ่งเหล่านี้ทำให้เราเข้าถึงกันและกันได้ไวและสะดวกขึ้น แต่ทำไมเรากลับเห็นคนรอบข้างเราขี้เหงาเป็นจำนวนเพิ่มขึ้น? อะไรทำให้เรารู้สึกเดียวดาย? มีคนมากมายที่เข้าใจสลับกันระหว่างคำว่า”โดดเดี่ยวกับเดียวดาย” เมื่อเราอยู้โดดเดี่ยว(โสด)นั่นแปลว่าเราเดียวดายกลายเป็นคนขี้เหงาแล้ว แต่ในความเป็นจริงกลับไม่ใช่ มีหลายคนที่อยู่ท่ามกลางคนมากมาย นั่งอยู่กับคนรักแต่ยังรู้สึกเดียวดายได้ [ READ MORE ]
ระแวง เป็นศัตรูของการเชื่อใจ(ไว้ใจ) เมื่อเราไม่ไว้ใจหุ้นส่วน, คนรักหรือเพื่อนมนุษย์ของเรา เรามักคิดว่าเขาจะทำให้เราเสียหาย เรากลัวว่าเขาจะทำร้ายเรา โกงเงินเรา, ทุจริตและทิ้งเราไป ยิ่งเรามีประสบการณ์เลวร้ายจากมนุษย์ที่ได้รับจากสื่อ จากข่าวมากเท่าใด เรายิ่งระแวงหุ้นส่วน-คนรักหรือมนุษย์ด้วยกันเองมากขึ้นเท่านั้น การระแวงเป็นดั่งยาพิษของความรัก ไม่ว่าจะเป็นความรักกับพ่อแม่ พี่น้อง เพื่อน หุ้นส่วน คนรักหรือเพื่อนมนุษย์ด้วยกันเอง เราต่างมองข้ามด้านดี(ด้านบวก)ของคนที่อยู่ร่วมกับเราและเราไปตั้งสมติฐาน(ความสงสัย)กับพวกเขาเหล่านั้นว่า ไม่สมควรได้รับความไว้วางใจจากเรา รางวัลจากความไว้วางใจเราจึงไม่มีให้ใครง่ายๆ ความรู้สึกรัก เท่านั้น ที่ทำให้เรายินยอมทำตามหรือปฏิบัติตามต่อผู้คนเหล่านั้น เพราะความรู้สึกรักทำให้เราปลอดภัยและเชือใจ คู่รักที่ประสบความสำเร็จทางด้านการครองคู่จะมีความเชื่อใจในกันและกันอย่างเต็มเปี่ยม ส่วนคู่รักไหนที่เคยโดนแฟนทรยศหักหลัง เมื่อมาแต่งงานหรือครองคู่ใหม่ก็จะทำให้เขาเป็นศัตรูกับความไว้ใจกับแฟนคนใหม่ด้วยเช่นกัน แฟนใหม่ต้องมีความกล้าพอที่จะต่อต้านพลังระแวงอย่างมหาศาล และสิ่งเหล่านี้จึงเป็นสาเหตุหนึ่งที่ทำให้คู่รักหลายคู่ต้องเลิกร้างห่างกันไป ฝาแฝดของการระแวงคือ การหึงหวง แถมยังเป็นไวรัสร้ายแรงต่อความสัมพันธ์ทุกอย่างทุกเรื่อง เมื่อระแวงก็ไม่ไว้ใจเมื่อไม่ไว้ใจก็ต้องควบคุม [ READ MORE ]
Get every new post delivered to your Inbox.
Join 1,857 other followers