หลายครั้งในชีวิตที่เราต้องตกอยู่ในสภาพผู้ตัดสิน มันคงจะเป็นเรื่องที่ดีไม่น้อย หากเรื่องที่เราตัดสินใจนั้นไม่ต้องทำร้ายตัวเองหรือทำร้ายคนรอบข้าง แต่ในความเป็นจริงในทุกๆการตัดสินใจ(การกระทำ)ย่อมมีผลดีและเสียตามมาเสมอ สิ่งหนึ่งที่เราไม่ควรลืมคือ เงื่อนไขที่เรารับได้โดยไม่แบกทุกข์จนเกินไป โดยเฉพาะทุกข์ใจในเรื่องความรัก ความรักนั้นมีหลายประเภท ทั้งสามเส้า สี่เส้า รักเขาข้างเดียว รักเพราะคิดเอาเอง รักเพราะทางบ้านคิดให้ รักเพราะทรัพย์สินชื่อเสียง รักเพราะหน้าตา ไอ้ที่ว่ามาล้วนเป็นความรักที่มีเงื่อนไขจนเราอาจเรียกในบางกรณีว่า “รักที่มีเงื่อนงำ”

คนเราเมื่อทุกข์ไม่สมหวังกับคนที่หวัง ทุกข์ที่ว่านั้นแสนทรมานใจ กระทบการเรียนการงาน กระทบกระเทือนสมองมองอะไรก็ดูมืดมนหนทาง กินไม่ได้ นอนไม่หลับ บางคนถึงกับฆ่าตัวตายก็ยังมี อันนี้เขาเรียกว่าทุกข์ในรักเพราะไม่เข้าใจ หากมองโครงสร้างของดาวเกิด(ในแง่นักโหราศาสตร์)จะมีจุดบอกว่า เราและเขาเข้ากันได้แค่ไหน ทำไมเราจึงต้องมาเจอมาผูกพันรู้จักกัน ทำไมเราถึงไม่ได้แต่งงานกับเขา ทำไมราศีเราเขาว่าเข้ากันได้แต่ในชีวิตจริง เข้าใจจะออกจากกันอย่างเดียว ทำไมเขาถึงเห็นเราเป็นตัวสำรองอยู่ร่ำไปซึ่งจะมีคำตอบอยู่ในหลายคำถามจากหลักการทางโหราศาสตร์อยู่แล้ว

ในเรื่องของราศีนั้นทายอะไรไม่ได้มาก(นักโหราศาสตร์ที่ีดีทราบอยู่แก่ใจ) แต่หากเราเจาะลึกดาวพื้นดวงที่ทำมุมองศาถึงกันแล้ว ในตำราที่อ้างอิงได้ของเยอรมันเขาเขียนไว้หลายสมการเลยทีเดียวว่า มีดวงขึ้นคานกันระดับไหน ขึ้นคานแบบนี้ดีกว่าไปคลานออกมาจากชีวิตเขาหรือขึ้นคานไปก่อนแล้วค่อยคลานลงมาอย่างแฮปปี้ฮี้ฮ้อ และต้องปรับตัวกันอย่างไรในสมการของคนสองคน หรือการมีคู่ที่ต้องแลกเปลี่ยนกับความช้ำใจและน้ำตาเป็นปี๊ปๆกี่ปี หลายคนอยากมีคู่เพราะกลัวคำครหา หลายคนอยากมีเพราะพ่อแม่บังคับ หลายคนอยากมีคู่กันในหลากหลายเหตุผล สุดท้ายก็ต้องกลับมาถามตัวเองว่า การมีคู่นี้เติมเต็มให้ชีวิตเราสุขจริงๆหรือ แล้วหากเราอยู่เป็นโสดเราจะอยู่อย่างมีความสุขได้ขนาดไหนและอย่างไร เพราะทุกคู่รักมักทะเลาะหรือมีปัญหากัน คู่ที่ยังไปกันได้ก็เพราะยอมปัญหาในกันและกันได้ แต่คู่ที่ไปกันไม่ได้ล่ะ เพราะเหตุใด เหตุหรือปัญหาที่มีแก้ไขได้ไหม เยียวยาเอาอยู่แค่ไหน อันนี้ก็ต้องขึ้นอยู่กับปัจจัยหลายๆอย่าง รวมไปถึงมุมมองในการเลือกคู่

การเลือกคู่ในแต่ละสมัยมีเรื่องราวที่แตกต่างกันอย่างน่าสนใจ คนที่เกิดในยุคเบบี้บูม (baby boomer) คือผู้ที่เกิดในช่วง พศ. 2489 – 2507 (1946-1964) รุ่นเจน เอกซ์( Generation X หรือ Baby Bust Generation) คือผู้ที่เกิดในช่วงพศ. 2508 – 2522 (1965-1979) และรุ่นเจน วาย(Generation Y)  คือผู้ที่เกิดในช่วงพศ. 2523 – 2543 (1980 – 2000) ในการเลือกคู่ที่แตกต่างกันก็เพราะแต่ละช่วงอายุนั้นมีแนวความคิดในคนละยุคสมัยนั่นเอง ซึ่งในเรื่องของโหราศาสตร์เยอรมันนั้นก็แบ่งสรรปันส่วนอย่างเหมาะสมสำหรับคนที่เกิดในแต่ละยุค

เคยสังเกตุไหมคะว่าทำไมพ่อแม่เราที่เกิดในยุคเบบี้บูม (ผู้เขียนเกิดในรุ่นเจนเอกซ์ค่ะ) จึงถือไม้เท้ายอดทองกันยาวนาน หนักเบาให้อภัยกัน ยอมอภัยให้กันและกันเสมอ แต่ในรุ่นเจนเอกซ์นั้นเกิดมาในช่วงสันติภาพและความมั่งคั่งกำลังเบ่งบาน จึงไม่ค่อยเห็นด้วยกับการดำเนินชีวิตในรุ่นพ่อแม่ที่ทุ่มเททุกอย่างเพื่อลูกหลาน ทำเพื่อคนอื่นจนลืมตัวเอง ดังนั้นคนรุ่นนี้โหยหาความสมดุล สมดุลทั้งงาน ชีวิตและความรัก ไม่ชอบความเป็นทางการเสียเท่าไหร่ เนื่องจากเห็นในรุ่นพ่อแม่มาแล้วว่ามันเยอะ มันมากมายเกินประเด็น ให้เวลากับครอบครัวพอๆกับงาน (work-life balance) มีความคิดเปิดกว้าง ยอมรับความคิดเห็นและติติงจากคนรอบข้างได้ เป็นรุ่นที่ปรับตัวได้ดี ครั้นยามมีครอบครัวจึงมองนานและยาว ไม่ค่อยตามใจหัวใจเท่าไหร่นัก มักใช้เหตุผลมากมายเป็นส่วนประกอบ เห็นได้ง่ายๆว่าสาวที่เกิดในช่วงเวลาที่ว่ามา โสดมากกว่าแต่งงาน ส่วนคนในรุ่นเจนวายนั้นเกิดมาพร้อมกับเทคโนโลยีและคอมพิวเตอร์ ชอบสันโดษ ชอบแสดงออกและทำอะไรด้วยตัวเองมากกว่าการเข้าสมาคมแลกเปลี่ยนความคิดเห็นจากคนอื่นเพราะไม่ชอบอยู่ในกรอบ มีความเป็นตัวของตัวเองสูง มีความสามารถแสดงความรู้สึกทางจอคอมหรือมือถือมากกว่าจอ(หน้าตา) คือเราจะเห็นมากว่า รักออนไลน์ผ่านสายเคเบิ้ลนั้นมีอยู่เยอะในรุ่นนี้ จินตนาการกับความเป็นจริงจึงมักสวนทางกัน พอมีความรักหรือมีแฟนก็คบกันแต่งกันแป๊ปเดียวเดี๋ยวเลิกกันแล้ว เตียงหักกันแล้ว เจ้ากรรมนายเวรรุ่นหลังไม่ได้แรงอย่างที่ใครบางคนหลอกให้เราเชื่อ แต่เป็นเพราะยุคสมัยที่เราฝ่าฟัน ประสบพบเจอกันมาต่างหาก ที่ทำให้ทัศนอคติแตกต่างกัน

ผู้เขียนเชื่อเสมอว่า หากเราเลือกคู่โดยไม่ต้องดูดวงหรือผูกดวงคู่ของเราจะอยู่กันรอดไหม?..แน่นอนค่ะว่ารอด แต่รอดอย่างไรหากความอดทนของคนทั้งคู่อยู่ในเจนเดียวกันหรือท่าทางไม่รอดแต่จะแก้ไขให้รอดอย่างไรในสภาพที่เป็นอยู่ อันนั้นต้องขึ้นอยู่กับประสบการณ์และนิสัยดั้งเดิมของเจ้าชะตาที่มีจุดทำบุญร่วมกันมากับแฟนแค่ไหนและอย่างไรด้วย คนที่ไม่เคยทำบุญก็มีความสุขอยู่หลายคู่บนโลกนะคะ ส่วนคนที่ทำแต่บุญแต่ยังทุกข์กับคนในบ้านหรือคนรักก็มีอีกหลายคู่เช่นกัน

ฉะนั้นการดูดวงโดยให้คนอื่นนั้นดูเป็นเรื่องที่เสี่ยงไม่น้อย แต่หากเราดูเป็น เราดูของเราเอง น่าจะเสี่ยงน้อยกว่ารึไม่ ผู้อ่านต้องไปพิจารณาตามอัธยาศัยนะคะ การเลือกคู่ก็คือการลงทุนชีวิตในระยะยาว เลือกผิดคิดจนตัวตายได้ และหลายคนอาจกำลังร้องไห้ตายเพราะคนที่เคยรักเราปักใจไปหลงคนอื่นอยู่ในขณะนี้ เป็นกำลังใจห่างๆอย่างห่วงๆทางบล็อกแห่งนี้นะคะ การดูดวงเป็นนอกจากจะไม่เป็นภาระใครแล้ว(คนดูให้ก็ไม่เหนื่อย ผู้ให้ดูก็ไม่เหนื่อย) ยังทำให้เราเข้าใจความเป็นเราและเขาคนนั้นเองมากขึ้นด้วย โชคดีทุกคนค่ะ

โหรอินดี้
Zertifikat Astrologie der Hamburger Schule®, Diploma Hamburg School Astrology®
Copyright ©  2008
 
All rights reserved.
 
 
 

Mobile: 080-604-6883