“Self-trust is the first secret of success.” -Ralph Waldo Emerson

   ความลับสิ่งแรกของความสำเร็จคือ การไว้ใจตนเอง

เรื่องการไว้ใจเป็นสิ่งแรกของความสำเร็จทุกอย่าง หลายคนไม่เคยสงสัย ไม่อยากสงสัย แต่เราปฎิเสธไม่ได้ว่าในทุกกิจกรรมของชีวิต หากเราไม่มีเรื่อง”ไว้ใจ” งานหรือกิจกรรมต่างๆจะไม่สามารถขับเคลื่อนไปได้ตามทิศทางที่มันควรจะเป็น คนที่ไว้วางใจใครไม่ได้คือ คนที่ไม่ไว้ใจตัวเอง

มีมนุษย์หลายคนที่ไม่ประสบความสำเร็จกับมนุษย์ด้วยกันเอง มีแต่ความผิดหวังเพราะความสงสัยในกันและกัน ซึ่งเป็นศัตรูของการพัฒนาทางด้านทัศนคติทั้งในเรื่องงาน สังคมและเรื่องส่วนตัว “ความสงสัย”เป็นเรื่องดีกับความรู้กับสิ่งของ สำหรับเด็ก”ความสงสัย”เป็นโล่ชนิดหนึ่งป้องการบาดเจ็บจากเหตุการณ์เก่าๆหรือเหตุการณ์ร้ายๆ บางคนสร้างมันขึ้นมาเป็นอาวุธ บางคนสร้างมันขึ้นมาเพื่อต่อยอดความรู้

“หากเราไม่คาดหวังกับมัน ยามเราผิดหวังกับมันมากๆเราจะไม่รู้สึกอะไรกับมันเลย” ก่อนที่เราจะไว้ใจคนอื่น เราต้องไว้ใจตนเองเสียก่อน กระบวนการ”ไว้ใจ-วางใจ-เชื่อใจ” เป็นองค์ประกอบปลีกย่อยในความสำเร็จของทุกวงการ ทั้งในเรื่องส่วนตัวหรือเชิงพาณิชย์ หากคนเราไม่ไว้ใจตัวเองก็ยากที่จะไว้ใจคนอื่น เมื่อไม่ไว้ใจก็วางใจลงไม่ได้ เราจะเหนื่อยใจ เนื่องจากไม่ไว้ใจก็มีแต่ความระแวง พอระแวงแล้วก็ต้องลงมือทำเอง ขายเอง บริการเอง แก้ปัญหาเอง ไม่มีธุรกิจใหญ่ๆที่ไหนหรือกิจกรรมยิ่งใหญ่ใดๆที่จะทำงานโดยมีบุคคลเดียวได้ตลอดเวลา เราต่างต้องพึ่งพาอาศัยในกันและกันทั้งสิ้น หากเราคิดอยากจะทำงานเดี่ยว เราจะเหนื่อยเพิ่มเป็นพิเศษ เพราะความไม่ไว้ใจใคร เลยไม่วางใจใครรวมไปถึงไม่ยอมเชื่อใจใครด้วย ความคิดเช่นนี้ นอกจากจะทำให้เรามีสุขภาพที่แย่แล้ว ทัศนคติที่มีต่อการเปลี่ยนแปลงบนโลกก็แคบไปด้วย มีแต่เหนื่อยกายและใจเพิ่มขึ้นทุกวัน

ในเรื่องของความเชื่อใจนักจิตวิทยาเขาแบ่งไว้ได้ 2ประเภทดังนี้คือ

  1. คนที่เชื่อใจตัวเองและเชื่อใจในความสามารถของตน
  2. คนที่เชื่อใจผู้อื่น
เมื่อเราเชื่อใจตัวเองว่ามีความสามารถ ในยามเจอปัญหาเราจะเชื่อมั่นว่าเรามีความสามารถที่จะรับมือกับปัญหาที่จะมาถึงได้แน่นอน เรามีความเชื่อมั่นที่จะรับมือกับสิ่งที่จะเกิดกับชีวิตเรา เนื่องจากเราไว้ใจ เชือใจตัวเอง
เด็กเรียนรู้ในเรื่อง”ความสงสัย”ที่มีผลต่อความไว้วางใจหรือเชื่อใจอย่างไร? ทางจิตวิทยากล่าวว่า มนุษย์เราทุกคนมีการพัฒนาทัศนคติพื้นฐานในการคัดกรองความไว้วางใจโดยใช้ประสบการณ์จากอดีต(ดี-เลว,ชิน-ไม่ชิน)เป็นตัวตัดสินในเรื่องการเชื่อใจ-ไว้ใจ เด็กเล็กๆจะไว้ใจสิ่งรอบตัวที่อาจเป็นคน สัตว์หรือสิ่งของจากประสบการณ์ในอดีตที่เรียนรู้มา(หากชิน หากคุ้นเคยจะไม่กลัวไม่ร้องไห้) ที่เด็กเล็กๆร้องไห้เพราะเกิดจากความผิดหวังนั่นเอง และยังมีอีกหลายสถานการณ์ที่เป็นเหตุทำให้เด็กกลัวและไม่ยอมไว้ใจ-เชื่อใจเช่นเหตุการณ์ดั่งต่อไปนี้
  • ในขณะที่เขาต้องการความช่วยเหลือกลับไม่มีใครอยู่ตรงนั้น เด็กจะเกิดความกลัวและไม่ไว้ใจที่จะอยู่คนเดียว
  • เมื่อพ่อแม่สัญญาอะไรกับเด็กและไม่สามารถทำตามนั้นได้เช่น การหลอกรับปากเพื่อตัดความรำคาญ สิ่งนั้นจะทำให้เด็กไม่ไว้ใจใครง่ายๆ
  • เมื่อพ่อแม่สร้างความหวังให้เด็กมีความต้องการสูงแต่ไม่สามารถตอบสนองความต้องการของเด็กได้
  • เมื่อพ่อแม่ติเตียน(วิจารณ์)เด็กบ่อยเกินไป ทางจิตวิทยาเขาถึงให้ชมเด็กบ้าง(แต่อย่ามากเกินไปเช่นกันค่ะ)
  • เมื่อพ่อแม่เอาชนะเด็กด้วยคำพูด คำด่าหรือตบตีอย่างไร้เหตุผลสมควร
  • เมื่อพ่อแม่ปกป้อง สงวนลูกเกินไปจะทำให้เด็กไม่ไว้ใจตนเองได้ง่าย เพราะรอคอยให้พ่อแม่มาปกป้องฝ่ายเดียว
  • เมื่อพ่อแม่มาระบายอารมณ์ไว้กับเด็ก เด็กจะติดค้างอยู่ในอารมณ์เหล่านั้น
  • เมื่อเด็กถูกปล่อยไว้ในสถานการณ์ไร้การช่วยเหลือเช่น พ่อหรือแม่ที่หย่าร้าง หรือฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งเสียชีวิต และส่งลูกไว้ที่โรงเรียนประจำเพราะไม่พร้อมทั้งเงินทองและเวลาดูแล
และในสถานการณ์ที่กล่าวมาเหล่านั้นแหล่ะที่จะทำให้เด็กมีศักยภาพต่ำในการไว้ใจตัวเอง เพื่อนมนุษย์และสังคมโลกภายนอก
ตำราทางโหราศาสตร์ฮัมบัวร์กนั้นบอกว่า ในพื้นดวงของแต่ละคนจะมีจุดบอกถึงความกลัว ความกล้าโดยวัดจากราศี มุมองศาของดาวพื้นดวง สิ่งแวดล้อมของเจ้าชะตา ความคิด จิตวิญญาณ สิ่งเหล่านี้สามารถคาดคะเนในอดีตที่ผ่านมาได้ว่า บุคคลผู้นั้นเกิดมาจากสิ่งแวดล้อมที่พร้อมหรือขาดแคลน จิตวิญญาณมีความสมบูรณ์แค่ไหน หวั่นไหวกับสิ่งแวดล้อมเพียงใด หากมีเหตุการณ์ร้ายๆเข้ามาในชีวิตของคนผู้นั้น เขามีศักยภาพในการรับมือกับปัญหาได้มากน้อยแค่ไหน หรือจะปล่อยให้ชีวิตเป็นไปตามยถากรรม
หากคุณไม่มีความรู้ทางด้านโหราศาสตร์ แต่คุณสามารถปรับเปลี่ยนทัศนคติตนเองต่อโลกและผู้คนภายนอกได้ใหม่ ปัญหาที่มีไม่ใช่ปัญหา เพียงแค่เราไม่จับมันใส่ค่า ว่ามันคือ”ปัญหา” อะไรๆก็ง่ายดายบนโลกใบนี้ คนเราเมื่อไว้ใจตัวเองแล้ว เราจะไว้ใจคนที่เรามอบหมายงานให้ เพราะมนุษย์มีสัญชาติญาณที่พิเศษอย่างนึงในการคัดสรรหรือเลือกคน คนที่เราไว้ใจย่อมผ่านกระบวนการทางจิตว่าเป็นคนที่เหมาะสมในงานแต่ละงานแค่ไหนและอย่างไรภายใต้เงื่อนไขของกาลเวลา

กระบวนการทางจิตในด้านการคัดเลือกของแต่ละคนมีคุณภาพได้มาตรฐานไม่เท่ากันนะคะ ขึ้นอยู่กับการไว้ใจตัวเองมีมากแแค่ไหน หากเราไว้ใจตัวเองว่าเราเลือกคนไม่ผิด เราก็ประสบความสำเร็จในบันไดขั้นแรกไปแล้ว ดังนั้นคนที่ไม่เคยไว้ใจตัวเองย่อมไม่ไว้ใจคนอื่นเช่นกันค่ะ

ลองถามตัวเองเบาๆว่า ขณะนี้เราไว้ใจตัวเองมากแค่ไหน และเราไว้ใจเพื่อนร่วมงานหรือลูกน้อง คนรักอย่างไรและเท่าไหร่คะ?

โหรอินดี้
Zertifikat Astrologie der Hamburger Schule®, Diploma Hamburg School Astrology®
Copyright ©  2008
 
All rights reserved.
 
 
 

Mobile: 080-604-6883