โอกาส คือนามแฝงที่พระเจ้าทรงใช้ยามที่ไม่ประสงค์จะลงนามอันแท้จริง

บางคนมีโชค”ดวงขี้นก” บางคนมีโชค”ดวงขี้ไก่” ดวงสองอย่างนี้แตกต่างกันอย่างไร?

ที่มาของคำจำกัดความ’ดวงขี้ไก่’หรือ’ดวงขี้นก’ที่กล่าวมาข้างต้นนั้นมาจากประเทศไต้หวัน เนื่องจากคนชุมชนชนบทหลายแห่งในไต้หวันต่างก็เลี้ยงไก่ทั้งละแวกบ้าน ทุกแห่งจึงเต็มไปด้วยขี้ไก่ ไม่ว่าจะเดินไปไหนก็อาจจะพลาดไปเหยียบเข้าง่ายๆ แต่สำหรับขี้นกที่จะตกมาจากท้องฟ้าใส่หัวเรานั้นไม่ได้จะเกิดขึ้นได้ทั่วไปเมื่อเทียบกับขี้ไก่ที่อยู่บนพืัน คนบางคนอาจไม่เคยเจอขี้นกตกใส่หัวด้วยซ้ำไปในชีวิต

มีเรื่องเล่าที่น่าสนใจอยู่เรื่องหนึ่งที่ข้าพเจ้าอยากแบ่งปัน เป็นเรื่องที่เกี่ยวข้องกับดวง เรื่องมีดังนี้

เมื่อหลายปีก่อน ในช่วงที่เศรษฐกิจซบเซา มีชายชราผู้หนึ่งเปิดร้านอาหารเล็กๆริมถนนใหญ่ ชายชราผู้นั้นสายตาไม่ดีนัก ซ้ำยังหูตึงอีกด้วย ชายชราผู้นี้ดวงดียิ่งนัก ที่กล่าวว่าเขาดวงดี นั่นก็เพราะว่าเขาสายตาไม่ดี ดังนั้นจึงอ่านหนังสือพิมพ์ไม่ได้ หูตึงยิ่งทำให้ไม่สามารถพูดคุยกับใครๆได้ เขาจึงไม่รับรู้ถึงสถานการณ์ภายนอกเลยแม้แต่น้อย

และเพราะชายชราไม่รู้ว่าเศรษฐกิจขณะนี้เลวร้ายเพียงใด เขาจึงทำทุกอย่างตามเดิม ทาสีประตูร้านอย่างสวยงาม ปักป้ายโฆษณาร้านไว้ริมถนนให้ลูกค้าได้เห็นกันแต่ไกล อาหารที่เตรียมในร้านก็ล้วนแต่เป็นของดีราคาถูก รสชาดยอดเยี่ยม แม้แต่คนต่างถิ่นก็ยังอดที่จะแวะมาชิมอาหารร้านนี้ไม่ได้

ชายชราทำงานอย่างขยันหมั่นเพียร หาเงินส่งลูกชายจนเข้าเรียนมหาวิทยาลัยได้ ฝ่ายลูกชายนั้นเมื่อเข้ามหาวิทยาลัยก็เลือกเรียนวิชาเศรษฐศาสตร์ และนั่นทำให้ชายหนุ่มรู้ซึ้งถึงสภาวะเศรษฐกิจของอเมริกาเป็นอย่างดี

ในเทศกาลวันคริสต์มาสปีนั้นเอง ลูกชายก็กลับมาเยี่ยมบ้าน เมื่อเขาเห็นกิจการที่บ้านยังคงเฟื่องฟูอยู่เช่นนั้น ชายหนุ่มก็เอ่ยกับผู้เป็นพ่อว่า” พ่อครับ ผมว่าที่นี่มีบางอย่างผิดปกตินะ พ่อไม่น่าจะทำการค้าได้ดีขนาดนี้เลย เห็นท่าทางกระตือรือร้นของพ่อแบบนี้แล้วเหมือนกับว่าเศรษฐกิจภายนอกกำลังเฟื่องฟูอย่างไรอย่างนั้น” ว่าแล้วลูกชายก็เล่าถึงต้นสายปลายเหตุของวิกฤติเศรษฐกิจทั้งหมด และยังบอกว่าคนอเมริกันทั้งหลายนั้นก็พากันรัดเข็มขัดตนเองให้แน่นกันทั้งสิ้น

ชายชราได้ฟังก็รู้สึกหดหู่ขึ้นมาทันใด เขาบอกกับตัวเองว่า…ถ้าเป็นเช่นนี้แล้ว ทางที่ดีที่สุดปีนี้ก็ไม่ต้องทาสีประตูร้านใหม่อีก ภายนอกเกิดปัญหาใหญ่เช่นนี้ เราจะต้องประหยัดเงินสักหน่อย อีกอย่างใครๆก็พากันจนลง แล้วจะต้องทำป้ายโฆษณาริมทางกันอีกทำไมกัน…

ดังนั้นชายชราจึงเลิกขมักเขม้นทำงานอย่างเช่นที่เคยเป็น ผลสุดท้ายเป็นเช่นไรกันเล่า? กิจการของเขาก็ทรุดลงอย่างฮวบฮาบ

เมื่อลูกชายกลับมาที่บ้านในช่วงเทศกาลอีสเตอร์อีกครั้ง ผู้เป็นพ่อกล่าวว่า “ลูกรัก พ่อต้องขอบใจเจ้ามากที่เล่าเรื่องเศรษฐกิจอันย่ำแย่ให้ฟัง มันเป็นเรื่องจริงอย่างที่เจ้าว่า แม้แต่ร้านเล็กๆของพ่อก็ยังได้รับผลกระทบไปด้วย ลูกเอ๋ย การเรียนมหาวิทยาลัยช่างมีประโยชน์เสียเหลือเกิน”

เรื่องนี้ทำให้เราได้ข้อคิดหลายข้อ หากชายชราไม่ฟังคำพูดของผู้เชี่ยวชาญทางเศรษฐกิจ(บุตรชาย)ก้มหน้าก้มตาทำมาหากินไปตามปกติที่เคย ทาสีประตูร้านทุกปี โอกาสที่เขามีก็เพียงพอแล้วมิใช่หรือ กิจการที่เขาทำอยู่อาจได้ขยายใหญ่โต เพราะมานะบุกบั่นอย่างมาก การฟังความคิดเห็นคนอื่น อาจทำให้ดวงเราขมขื่นก็เป็นได้ ดังที่มีคนกล่าวไว้ว่า”ผู้เชี่ยวชาญก็คือ ผู้เชี่ยวชาญการทำลายผู้อื่น” คุณเห็นด้วยหรือไม่คะ?

credit photo: http://imranwrites.blogspot.com/2010/01/what-doors-reveal-about-us.html

โหรอินดี้

Zertifikat Astrologie der Hamburger Schule®, Diploma Hamburg School Astrology®
Copyright © 2008
All rights reserved.

Mobile: 080-604-6883